242 view

เอกสารประกอบการสมัครฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ (ขอบเขตของการฝึกงาน คลิกที่นี่)

1. หนังสือขอความอนุเคราะห์ที่ออกโดยมหาวิทยาลัยหรือคณะ เป็นภาษาอังกฤษ (หากเป็นภาษาไทย ให้แนบคำแปลอย่างไม่เป็นทางการเป็นภาษาอังกฤษประกอบมาด้วย เนื่องจากต้องใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอตรวจลงตรา (วีซ่า) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย)

2. กรอกแบบฟอร์มประวัติของผู้สมัคร 1 2 3 4 5 ตัวอย่าง

3. ประวัติย่อภาษาอังกฤษ (Curriculum Vitae: CV)

4. ใบรายงานผลการเรียน ตั้งแต่ ปี 1 – ปัจจุบัน

5. สำเนาหนังสือเดินทาง

6. Cover Letter เป็นภาษาอังกฤษ ความยาวไม่เกิน 400 คำ (เกี่ยวกับเหตุผลที่ต้องการมาฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ )

ทั้งนี้ สำหรับข้อปฏิบัติของนักศึกษาฝึกงาน สามารถดูรายละเอียดได้ที่นี่

ตารางช่วงเวลารับสมัครนักศึกษาฝึกงานของสถานเอกอัครราชทูตฯ

ช่วงเวลาฝึกงาน

กำหนดส่งเอกสารประกอบการสมัคร

ประกาศผล

1. มิ.ย.- ก.ย.

30 เม.ย.

15 พ.ค.

2. ก.ค.- ต.ค.

31 พ.ค.

15 มิ.ย.

3. พ.ย.- มี.ค.

31 ส.ค.

15 ก.ย.

ผู้สมัครสามารถยื่นเอกสารทั้งหมดได้ด้วยตนเองหรือทางไปรษณีย์ที่
206 Jalan Ampang, 50450 Kuala Lumpur, Malaysia (จัดส่งให้สถานเอกอัครราชทูตฯ ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน ก่อนช่วงเวลาฝึกงาน)
หรือทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ [email protected]
ทั้งนี้ เพื่อความรวดเร็ว ควรส่งเอกสารล่วงหน้าทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ก่อนการส่งทางไปรษณีย์ทุกครั้ง

หมายเหตุ : - ช่วงเวลาการฝึกงานดังกล่าวเป็นช่วงที่นักศึกษาแสดงความประสงค์มาฝึกเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ อาจมีการเปลี่ยนแปลงช่วงเวลาของการฝึกงานได้ขึ้นอยู่กับมหาวิทยาลัยต่าง ๆ

                 - ช่วงเวลาฝึกงานที่ 1 กับ 2 หากมีจำนวนนักศึกษาที่ยื่นเอกสารจำนวนไม่มาก อาจพิจารณาการสมัครรวมกัน

                 - สถานเอกอัครราชทูตฯ จะดำเนินการแจ้งนักศึกษาฝึกงานที่ได้รับคัดเลือกทางอีเมลของนักศึกษา/มหาวิทยาลัย ก่อน/ภายในวันที่ประกาศผล

การเข้ามาฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ

1. สถาบันการศึกษาที่ประสงค์จะส่งนิสิต/นักศึกษาเข้าฝึกงาน จะต้องมีหนังสือถึงสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้พิจารณารับนิสิต/นักศึกษาเข้าฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ โดยระบุรายชื่อนักศึกษา ภาควิชาที่กำลังศึกษา และช่วงเวลาการฝึกงานให้ชัดเจน รวมถึงรับรองว่านิสิต/นักศึกษามีความเหมาะสมที่จะเข้าฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ ทั้งนี้ ในกรณีที่มีผู้ประสงค์ขอเข้าฝึกงานเป็นจำนวนมาก สถานเอกอัครราชทูตฯ ขอสงวนสิทธิ์คัดเลือกนิสิต/นักศึกษาหรือจำกัดจำนวนนิสิต/นักศึกษาไม่เกิน 2 ต่อ 1 คณะหรือสถาบัน แล้วแต่กรณี (สถานเอกอัครราชทูตฯ ไม่มีนโยบายพิจารณาคำร้องขอฝึกงานโดยตรงจากนิสิต/นักศึกษาฯ ดังนั้น นิสิต/นักศึกษาที่ประสงค์จะขอเข้าฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ อาจพิจารณาสอบถามสถานเอกอัครราชทูตฯ ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม และขอให้สถาบันการศึกษามีหนังสือแจ้งสถานเอกอัครราชทูตฯ ขอให้พิจารณารับนิสิต/นักศึกษาเข้าฝึกงาน เป็นภาษาอังกฤษ หรือ หากเป็นภาษาไทย ให้แนบคำแปลอย่างไม่เป็นทางการเป็นภาษาอังกฤษประกอบมาด้วย เนื่องจากต้องใช้เป็นหลักฐานในการยื่นขอตรวจลงตรา (วีซ่า) จากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองมาเลเซีย)

2. นิสิต/นักศึกษาที่เข้าฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ จะต้องเคารพกฎระเบียบทางราชการไทยและประพฤติตนให้เหมาะสมตามหลักศาสนาและวัฒนธรรมของมาเลเซีย

3. นิสิต/นักศึกษาฝึกงานจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดสำหรับการฝึกงาน อาทิ ค่าเดินทาง ค่าตรวจลงตรา (วีซ่า) ค่าที่พัก และค่าอาหาร รวมถึงรับผิดชอบการดำเนินการอื่น ๆ อาทิ การจัดหาที่พักที่เหมาะสมด้วยตนเอง

4. นิสิต/นักศึกษาที่จะเข้าฝึกงานที่สถานเอกอัครราชทูตฯ กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีที่ 3 ขึ้นไปของสถาบันการอุดมศึกษาในประเทศไทยหรือมาเลเซีย ในภาควิชาการระหว่างประเทศ รัฐศาสตร์ นิติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ อักษร/ภาษาศาสตร์ หรือวิชาใกล้เคียง (หากนักศึกษากำลังศึกษาอยู่ที่สถาบันอื่น ๆ ในชั้นปีอื่น ๆ อาจสอบถามมายังสถานเอกอัครราชทูตฯ เพื่อชี้แจงเหตุผลในการสมัครและยืนยันว่าสามารถปฏิบัติงานได้) เกรดเฉลี่ยสะสมไม่น้อยกว่า 2.70 นอกจากนี้ จะต้องทักษะพื้นฐาน ดังนี้

            การใช้ภาษาไทย – ระดับดีมาก

            การใช้ภาษาอังกฤษ – ระดับดี

            การใช้ซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ – สามารถใช้ซอฟท์แวร์ Word  Excel และ Powerpoint ได้ดี

            หากมีทักษะเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์/Info graphic รวมถึงความรู้ภาษามาเลเซียและ/หรือภาษาจีนก็จะมีประโยชน์สำหรับการปฏิบัติงาน

            นอกจากนี้ นิสิต/นักศึกษาฝึกงานควรมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับประเทศมาเลเซียและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับมาเลเซียมาด้วยเพื่อรับทราบบริบทของงานที่ปฏิบัติ

 

* * * * * * * * * * * * * * * * * * * *