สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (1)

สถานเอกอัครราชทูตฯ จัดกิจกรรมขยายศักยภาพเชิงเศรษฐกิจและวัฒนธรรม สานต่อเครือข่ายความเชื่อมโยงระหว่างประเทศและประชาชนที่จังหวัดภูเก็ต (1)

วันที่นำเข้าข้อมูล 11 พ.ค. 2569

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 11 พ.ค. 2569

| 22 view
วันที่ 1 - 4 พฤษภาคม 2569 สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ จัดกิจกรรม “Royal Thai Embassy in Kuala Lumpur’s Diplomatic Journey Trip” ภายใต้ธีม “Unseen Phuket: From Local Wisdom to Global Connectivity” โดยนางสาวลดา ภู่มาศ เอกอัครราชทูต ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ได้นำเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย ซึ่งมีถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำมาเลเซีย และผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศมาเลเซีย รวม 13 คน เดินทางเยือนจังหวัดภูเก็ตเพื่อสัมผัสอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและ Soft Power ของไทย ตลอดจนศักยภาพทางเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทยในภาพรวม
 
วันที่ 2 พฤษภาคม 2569 เอกอัครราชทูตฯ นำคณะฯ ลงพื้นที่ย่านเมืองเก่าภูเก็ตเพื่อศึกษาโมเดลการพัฒนาเมืองแบบมีส่วนร่วมและยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางและเป็นกลไกหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมีนายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และนายพิบูลศักดิ์ กิตติธรกุล รองนายกเทศมนตรีนครภูเก็ต พร้อมด้วยผู้บริหารสมาคมฯ เทศบาลนครภูเก็ต และวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ตให้การต้อนรับ โอกาสนี้ นายแพทย์โกศล แตงอุทัย นายกสมาคมเพอรานากันประเทศไทย และนางสาวกวินนา โกยสมบูรณ์ Creative and Graphics Designer ไลม์ไลท์ ภูเก็ต ได้บรรยายสรุปความเป็นมาและความร่วมมือของชุมชนในการอนุรักษ์วัฒนธรรมเปอรานากัน โดยเฉพาะเคบายา ซึ่งไทย มาเลเซีย และประเทศในภูมิภาคร่วมกันเสนอขึ้นทะเบียนเป็นรายการตัวแทนมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (ICH) จากองค์การ UNESCO ในปี ค.ศ. 2024
 
โอกาสนี้ คณะฯ ให้ความสนใจแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางการสืบสานวัฒนธรรมเปอรานากัน การนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์เคบายา และโอกาสในการเปิดตลาดสินค้าเชิงวัฒนธรรมของไทยในตลาดโลก ก่อนเยี่ยมชมสถานที่ประวัติศาสตร์ในย่านเมืองเก่าภูเก็ต ทั้งสถาปัตยกรรมสไตล์ชิโน - โปรตุกีส ภาพวาดผนังร่วมสมัย ศาลเจ้าแสงธรรม รวมทั้งภาคธุรกิจสร้างสรรค์ในชุมชน นับเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมโยงระหว่างไทย มาเลเซีย และมิตรประเทศ รวมถึงสะท้อนบทบาทของสังคมพหุวัฒนธรรม นวัตกรรมท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่สากล
 
วันที่ 3 พฤษภาคม 2569 คณะฯ เดินทางเยือนวิสาหกิจชุมชนบางโรง (ท่องเที่ยวชุมชนบางโรง Bangrong CBT) อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพประมงและทำสวน เพื่อเรียนรู้ศักยภาพของเศรษฐกิจฐานรากของไทยและนำเสนอบทบาทของภาครัฐไทยในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนตามแนวปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยคณะฯ ให้ความสนใจทำกิจกรรมร่วมกับชุมชนฯ อาทิ การทำกระเป๋าผ้าปาเต๊ะ การกรีดยางพารา การสาธิตการทำยางแผ่น การปลูกสับปะรด การเก็บมะพร้าว การทำขนมพื้นเมืองจากมะพร้าว และการล่องเรือชมป่าชายเลนที่อนุรักษ์โดยชุมชนฯ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยสู่ความยั่งยืนและตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวมุสลิม (Muslim-Friendly Tourism)

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ